Checklist ที่ช่วยให้คุณเลือกทำงานบริษัทได้อย่างมืออาชีพ
ปัจจัยในการเลือกทำงานบริษัทในปี 2026 มีอะไรบ้าง มาดูกัน
จากประสบการณ์ทำงาน มาร่วม 15 ปี (ผ่านมาไวเหมือนโกหก) ย้ายบริษัทมาเกือบ 10 บริษัท เรียกได้ว่า “พนักงานบริษัทมืออาชีพคนนึง” มีคนรอบตัวที่รู้จักมาปรึกษาเรื่องการสมัครงานและลาออกค่อนข้างเยอะ สรุปแล้วมีปัจจัยที่เหมือนกัน อยู่ 7 ข้อ
1. สายงาน
ปัจจัยนี้สำคัญที่สุดสำหรับยุคนี้ เราควรมองให้ออกว่าสายงานไหนที่กำลังอยู่ใน Trend มีความสามารถที่จะไปต่อได้ในอนาคต อย่าพยายามเข้าไปในสายงานที่ถูก Disrupt ได้ง่าย
ยิ่งยุคนี้ AI ฉลาดมาก ฝั่งบริษัทเองก็ต้องนำ AI มาใช้ในการลดคนที่มีหน้าที่ทำงาน Manual อยู่แล้ว ดังนั้นอะไรที่เรามองว่ามันถูก AI แทนที่ได้ง่ายก็ควรหลีกเลี่ยง
สายงานที่ถูกแทนที่ด้วย AI ยากก็อย่างเช่น สายงานบริการ สายงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคน หรือจริงๆ สายงานที่เกี่ยวของกับ Data และ AI ก็ยังคงไปต่อได้หากเราหมั่นพัฒนาตัวเองทุกๆ วัน
2. งานต้องท้าทายและได้เติบโต
ข้อนี้แบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ เป็นงานที่ถนัดหรืองานที่ได้ออกจาก Comfort Zone แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สุดท้ายสรุปได้ว่า มันคือ ตัวงาน ที่อยากทำ
หากทำงานแล้วไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ถูกดองยาวๆ ด้วยระบบอาวุโส ใครเข้ามาก่อนได้เลื่อนขั้นก่อน รับรองว่าคนเก่งๆ หนีหมดแน่ ทำงานแล้วก็ควรหาโอกาสให้ตัวเองด้วย ถ้ามองหาด้วยตัวเองไม่เจอ ก็ใช้ปากถามหาหนทางได้
3. เพื่อนร่วมงาน
สังคมการทำงานถือเป็นสังคมหลักในชีวิตเลยก็ว่าได้ เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าครอบครัวอีก ถ้าโชคดีได้เจอเพื่อนร่วมงานดี ไม่ Toxic ยิ่งช่วยให้เราอยากอยู่กับองค์กรนั้นไปนานๆ ถ้าเรามีตัวตนในสังคมทำงานจริงๆ บางคนอยู่จนเกษียณเลยก็มี
4. หัวหน้า
เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ สำหรับการเลือกงาน ถ้าหัวหน้าไม่มี Direction บริหารคนไม่เป็น แก้ปัญหาให้เราไม่ได้ มันแอบให้เราตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “เรามีหัวหน้าไปทำไม?” และความรู้สึกต่อมาคือ “เราอยากทำงานให้คนแบบนี้จริงหรอ?” ไปที่อื่นดีกว่ามั้ง
และสิ่งที่คนทำงานอยากได้จากหัวหน้า คือ “หู” ไม่ใช่ตัดหูหัวหน้ามากินแบบหูฉลามนะ แต่หมายถึง “การรับฟัง” เวลามีปัญหาหรือข้อสงสัยถ้าได้ที่ปรึกษาและคนรับฟังแบบไม่ตัดสินก็แฮปปี้แล้ว แต่ถ้าสไตล์การทำงานไม่ตรงกันเราก็แค่เลือกบริษัทใหม่เหมือนกับนักบอลที่ย้ายสโมสรเวลาที่มีโค้ชที่ไม่ได้เรื่อง
5. สวัสดิการ
องค์กรที่ทำได้ดีส่วนใหญ่เป็น บริษัท Tech เพราะมีองค์ความรู้เรื่องปัจจัยที่ทำให้พนักงานมี Creativity ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ในบริษัท ของกิน อุปกรณ์ทำงาน วันหยุด การรักษาพยาบาลครอบคลุมถึงคนในครอบครัว เรียกได้ว่าใส่ใจในคนจริงๆ บริษัท Tech จึงมักดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่าบริษัทอื่นๆ
6. ภาพลักษณ์องค์กร
หลายบริษัทภาพลักษณ์ดี แต่เป็นองค์ที่ “คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า” ทำ Branding ดี แต่ข้างในเละมากๆ คนลาออกกันไม่หยุด ข้อสังเกตคือ มักจะรับคนตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็ยังมีบางบริษัทที่ภาพลักษณ์ดูไม่โดดเด่นแต่คนลาออกน้อย อยู่กันอย่างมีความสุขและก้าวหน้าในอาชีพ อันนี้ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้ นอกจากมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่น หรือได้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง
7. ผู้บริหารระดับสูง
เป็นปัจจัยที่เราควบคุมยากที่สุด เพราะแม้แต่ CEO ก็ยังต้องทำตามบอร์ดบริหาร ถ้าโชคดีได้ทำงานใกล้ชิด CEO ก็ลองดูว่าแนวคิดของเค้าตรงกับเรามั้ย ถ้าตรงก็ถือว่าโชคดีไป 5555 แต่ในองค์กรก็ไม่ได้มีแต่ CEO คนเดียว หัวหน้าแผนกอื่นๆ ก็มีอยู่เพียบ เราลองดูก็ได้ว่าคนเหล่านั้นดูมีความหวังมากแค่ไหน (หากอยากอยู่บริษัทนั้นนานๆ)
Recap
ณ ปี 2026 ผมเรียงความสำคัญแบบนี้
- สายงาน
- ตัวงาน
- หัวหน้า
- เพื่อนร่วมงาน
- สวัสดิการ
- ภาพลักษณ์องค์กร
- ผู้บริหารระดับสูง
ที่ต้องระบุปีก็เพราะว่า ความสำคัญของแต่ละปัจจัยมันขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่ของเรา ณ ปีนั้นๆ ด้วย หากเป็นช่วง 2015 ก็อาจจะต่างจากนี้พอสมควร
น้อยคนที่จะได้เจอปัจจัยที่ดีพร้อมทั้งหมดในบริษัทที่ตัวเองอยู่ หลายอย่างเราควบคุมไม่ได้จริงๆ ขนาด CEO ยังควบคุมทุกอย่างไม่ได้ เราเพียงแต่ต้องเลือกในสิ่งที่ตรงกับใจเรามากที่สุดก่อน อ่านมาถึงตรงนี้ คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดในใจว่า เรามันเลือกไม่ได้ ทำอะไรได้ก็ทำไปก่อน คิดแบบนั้นผิดถนัดเลยครับ
ตัวเราเองเลือกบริษัทได้นะ ถ้าเรา “ดีพอ” พยายามใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาตัวเอง สร้างผลงานในที่ที่คุณอยู่เยอะๆ อย่าไปที่ไหนแล้วความเสียหายเกิดที่นั่น เอาเวลาบ่นไปพัฒนาตัวเองดีกว่าเยอะ
สิ่งที่ควรจำเอาไว้
การชื่นชมคนอื่นที่ทำดี ยินดีกับความสำเร็จคนอื่น พูดว่า “ขอบคุณ” หรือ “ขอโทษ” เวลาเราทำผิด มันไม่ต้องเสียเงินสักบาท มันง่ายมากที่จะเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย
อย่าด่าคนอื่นโดยไม่จำเป็น มองตัวเองให้เยอะๆ โลกนี้มันกลมกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะสังคมการทำงาน ทำตัวแย่ 1 บริษัท อาจเท่ากับทำตัวแย่ 20 บริษัท เพราะคนมันรู้จักกันหมดแหละ
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ อ่านแล้วแต่ละคนเรียงลำดับความสำคัญแบบไหน หรือมีปัจจัยอื่นๆ อยากแนะนำก็มา Comment กันได้เลยจ้า รออ่าน